ราคาต่อแชทเท่าไหร่ถึงยังคุ้ม คำนวณจุดคุ้มทุนของร้านตัวเอง
ราคาต่อแชทสูงสุดที่ร้านจ่ายได้ เท่ากับกำไรต่อออเดอร์คูณอัตราปิดการขาย เช่น กำไร 120 บาทต่อออเดอร์ และปิดได้ 15 ใน 100 แชท จุดคุ้มทุนคือ 18 บาทต่อแชท ถ้าราคาต่อแชทใน Ads Manager สูงกว่าเลขนี้ ร้านกำลังจ่ายค่าโฆษณามากกว่ากำไรที่ได้กลับมา
สมมติร้านขายเสื้อยืดตัวละ 290 บาท หลังหักต้นทุนเสื้อกับค่ากล่องแล้วเหลือกำไร 120 บาทต่อตัว ถ้าทุก 100 แชทที่ทักเข้ามาปิดการขายได้ 15 ราย เฉลี่ยแล้วแชทหนึ่งทำกำไรให้ร้านราว 18 บาท (120 × 0.15) ถ้าจ่ายค่าโฆษณาเกินแชทละ 18 บาท ยิ่งขายได้ก็ยิ่งขาดทุน เลข 18 บาทคือจุดคุ้มทุนของร้านนี้ และร้านอื่นหาของตัวเองได้ด้วยการคูณเลขสองตัว
จุดคุ้มทุนของราคาต่อแชทคำนวณยังไง
สูตรสั้นมาก: กำไรต่อออเดอร์ × อัตราปิดการขาย = ราคาต่อแชทสูงสุดที่ร้านจ่ายได้ อัตราปิดการขายคือสัดส่วนของแชทใหม่ที่จบด้วยการซื้อ ปิดได้ 15 จาก 100 แชทก็คือ 0.15 สูตรนี้มาจากตรงนี้: ถ้าปิดได้ 15 จาก 100 แชท ค่าโฆษณาที่ใช้ต่อหนึ่งออเดอร์ก็คือราคาต่อแชท ÷ 0.15 ถ้าตัวเลขนี้เท่ากับกำไรต่อออเดอร์พอดี ร้านก็เท่าทุน
กำไรต่อออเดอร์ควรหักให้ครบ แต่ อย่าหักค่าโฆษณาออกก่อน เพราะค่าโฆษณาคือตัวที่เรากำลังเทียบอยู่ ถ้าหักไปแล้วจะนับซ้ำ รายการที่ควรหักมีประมาณนี้
- ต้นทุนสินค้าหรือวัสดุ
- ค่ากล่องและค่าแพ็ก
- ค่าส่งที่ร้านออกเอง
- ส่วนลดที่ให้ลูกค้าในแชท และค่าธรรมเนียมรับชำระเงิน
ตัวอย่างที่ 1: สินค้า 290 บาท ราคาต่อแชทต้องไม่เกินเท่าไหร่
ตัวอย่าง: กลับมาที่ร้านเสื้อยืดร้านเดิม ต้นทุนเสื้อ 160 บาท ค่ากล่อง 10 บาท จึงเหลือ 120 บาทจากราคา 290 เดือนที่ผ่านมามีแชทใหม่จากโฆษณา 60 แชท และปิดการขายได้ 9 ออเดอร์ อัตราปิดการขายจึงเป็น 9 ÷ 60 = 0.15 เพดานราคาต่อแชทคือ 120 × 0.15 = 18 บาท ลองดูว่าเดือนเดียวกันจะจบยังไง ถ้าราคาต่อแชทต่างกัน
| ราคาต่อแชท | ค่าโฆษณา (60 แชท) | กำไรจาก 9 ออเดอร์ | เหลือหลังหักค่าโฆษณา |
|---|---|---|---|
| 15 บาท | 900 บาท | 1,080 บาท | +180 บาท |
| 18 บาท | 1,080 บาท | 1,080 บาท | 0 บาท |
| 22 บาท | 1,320 บาท | 1,080 บาท | −240 บาท |
ที่ 22 บาท ตัวเลขใน Ads Manager อาจดูไม่แพงเลย แต่ร้านนี้ขาดทุนเดือนละ 240 บาท เพราะกำไรต่อตัวบาง ส่วนต่างแชทละไม่กี่บาทก็รวมกันเป็นยอดขาดทุน
ตัวอย่างที่ 2: บริการ 4,500 บาท เพดานต่างจากสินค้าหลักร้อยแค่ไหน
ตัวอย่าง: ร้านรับเคลือบสีรถ ราคางาน 4,500 บาท หลังหักวัสดุและค่าแรงช่างเหลือกำไร 1,800 บาทต่องาน เดือนที่ผ่านมามี 72 แชท ปิดงานได้ 6 งาน คือ 1 ใน 12 แชท (ประมาณ 0.083) เพดานคือ 1,800 ÷ 12 = 150 บาทต่อแชท
ถ้าราคาต่อแชทเดือนนั้นอยู่ที่ 120 บาท ค่าโฆษณารวม 72 × 120 = 8,640 บาท กำไรจาก 6 งานคือ 10,800 บาท เหลือ 2,160 บาท แต่ถ้าราคาต่อแชทอยู่ที่ 180 บาท ค่าโฆษณา 12,960 บาท ขาดทุน 2,160 บาท ราคาต่อแชท 120 บาทยังมีกำไรสำหรับร้านนี้ แต่ถ้าเป็นร้านเสื้อยืดที่เพดาน 18 บาท จะขาดทุนแทบทุกแชท
อัตราปิดการขายหาจากไหน ถ้าไม่เคยนับ
ถ้ายังไม่เคยจดเลขนี้ไว้ สมุดหรือชีตธรรมดาก็หาได้ภายใน 1 เดือน ทำตามลำดับนี้
- เลือกช่วง 30 วันที่ผ่านมา และเว้นสัปดาห์ล่าสุดไว้ เพราะลูกค้าบางคนที่เพิ่งทักมายังไม่ได้ตัดสินใจ
- เปิด Ads Manager ดูจำนวน Messaging conversations started (การเริ่มสนทนา) ในช่วงเดียวกัน
- นับออเดอร์ที่มาจากแชทเหล่านั้น จากสมุดออเดอร์หรือกล่องข้อความ
- เอาจำนวนออเดอร์หารจำนวนแชท จะได้อัตราปิดการขาย
- ทำซ้ำทุกเดือน เพราะอัตรานี้เปลี่ยนไปตามสินค้า โปรโมชัน และคนที่ตอบแชท
ถ้าแยกไม่ได้ว่าออเดอร์ไหนมาจากแชทที่เริ่มจากโฆษณา ให้ใช้อัตราจากกล่องข้อความรวมเป็นค่าประมาณ และจดไว้ว่าเป็นค่าประมาณ เพดานที่ได้จะหยาบกว่า แต่ดีกว่าไม่มีเพดานเลย
อีกทางคือให้ Meta ช่วยนับ หน้าช่วยเหลือของ Meta ระบุว่าคอลัมน์ Meta purchases มักขึ้นตัวเลขเมื่อร้านกด Mark as paid ใน Meta Business Suite หลังมีการซื้อ คอลัมน์นี้มีให้เลือกใน Customize columns เฉพาะบางแบบแคมเปญ เช่น แคมเปญแชทที่ตั้งให้หาการซื้อ (CTM optimized for purchases) ถ้าบัญชีของร้านมีคอลัมน์นี้และร้านกดทุกออเดอร์อยู่แล้ว ก็เอามาวางข้างจำนวนแชทได้ แต่ตัวเลขจะแม่นเท่าที่ร้านกดครบเท่านั้น (ตรวจจากหน้าช่วยเหลือของ Meta เมื่อ 31 ต.ค. 2569 ชื่อเมนูอาจเปลี่ยนได้)
นับแชทซ้ำยังไงให้ตรงกับที่ Meta นับ
Meta นับ Messaging conversations started เฉพาะครั้งที่คนทักร้านเป็นครั้งแรก หรือทักหลังไม่ได้คุยกันมาอย่างน้อย 7 วัน และต้องเป็นแชทที่เชื่อมโยงกับโฆษณา ลูกค้าที่ทักวันจันทร์แล้วทักอีกครั้งวันพฤหัสจึงนับเป็นแชทเดียว แต่ถ้าหายไปสองสัปดาห์แล้วกลับมาทัก จะนับเป็นแชทใหม่
ถ้าร้านนับแชทเองด้วยกติกาที่หลวมกว่านี้ เช่น นับทุกข้อความแรกของวัน ตัวหารจะใหญ่เกินไป อัตราปิดการขายจะต่ำเกินจริง และเพดานที่ได้จะต่ำจนอาจเผลอปิดโฆษณาที่ยังคุ้มอยู่ ใช้กติกา 7 วันเดียวกันเวลานับเอง
เอาเพดานไปเทียบใน Ads Manager ยังไง
- เปิด Ads Manager เลือกระดับ Ads และตั้งช่วงเวลาให้เป็นช่วงเดียวกับที่ใช้นับอัตราปิดการขาย
- กด Columns แล้วเลือก Customize columns
- ติ๊ก Amount spent, Messaging conversations started และ Cost per messaging conversation started (อยู่ในหมวด Engagement ส่วน messaging)
- ติ๊ก Save as a column preset แล้วกด Apply คราวหน้าเลือกจากส่วน Column presets ได้เลย
- เทียบคอลัมน์ Cost per messaging conversation started ของแต่ละโฆษณากับเพดานของร้าน
Meta อธิบายว่า Cost per messaging conversation started คือยอดใช้จ่ายรวมหารด้วยจำนวนการเริ่มสนทนา จึงเอามาเทียบกับเพดานได้ตรง ๆ ถ้าใช้ข้อความเดียวกันหลายโฆษณา ดูวิธีรวมผลใน ราคาต่อแชทคืออะไร คำนวณยังไง Kulshot เรียงข้อความโฆษณาทั้งบัญชีตามราคาต่อแชทให้ (เชื่อมแบบอ่านอย่างเดียว) ร้านก็แค่ขีดเส้นเพดานของตัวเองลงไปในรายการนั้น ส่วนข้อความที่ถูกที่สุดคือตัวตั้งต้นของการเขียนข้อความรอบใหม่
อยากให้เหลือกำไร ไม่ใช่แค่เท่าทุน
เพดานคือเส้นที่กำไรเป็นศูนย์ ถ้าอยากเก็บกำไรไว้ 1 ใน 3 ของที่ได้ ให้ตั้งเป้าที่ 2 ใน 3 ของเพดาน ร้านเสื้อยืดคือ 18 × 2/3 = 12 บาทต่อแชท ร้านเคลือบสีคือ 150 × 2/3 = 100 บาท ที่ 100 บาท ค่าโฆษณา 72 แชทเท่ากับ 7,200 บาท จาก 10,800 บาท เหลือ 3,600 บาท สัดส่วนที่เก็บไว้เป็นเรื่องที่แต่ละร้านเลือกเอง
ลูกค้าที่กลับมาซื้อซ้ำเข้าสูตรนี้ยังไง
สูตรนี้นับกำไรจากออเดอร์แรกของแชทหนึ่งแชทเท่านั้น ร้านที่ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ เช่น ร้านผลิตภัณฑ์ที่ใช้หมดแล้วต้องซื้อใหม่ ยอมจ่ายเกินเพดานได้ แต่ต้องมีเลขจริงว่าลูกค้ากี่รายกลับมา และกำไรรอบสองเท่าไหร่ ถ้ายังไม่เคยนับ ให้ยึดเพดานจากออเดอร์แรกเป็นเส้นห้ามเกินไปก่อน แล้วถือว่ายอดซื้อซ้ำเป็นกำไรเพิ่มที่ยังไม่ได้เอามาคิด
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- ศูนย์ช่วยเหลือธุรกิจของ Meta: Leads, engagement and sales metrics for ads that click to Messenger | Meta Business Help Center
- ศูนย์ช่วยเหลือธุรกิจของ Meta: Messaging conversations started | Meta Business Help Center
- ศูนย์ช่วยเหลือธุรกิจของ Meta: Customize columns in Meta Ads Manager | Meta Business Help Center
รู้ว่าข้อความไหนของร้านได้ราคาต่อแชทถูกที่สุด
เชื่อมบัญชีโฆษณา Meta แบบอ่านอย่างเดียว Kulshot จัดอันดับข้อความจากตัวเลขจริงของร้าน แล้วช่วยเขียนข้อความใหม่จากข้อความที่ได้ผล เริ่มใช้ฟรี
เริ่มใช้ฟรีคำถามที่พบบ่อย
ถ้ายังไม่มีข้อมูลการปิดการขายเลย เริ่มยังไง
ลองคำนวณเพดานที่อัตราปิดการขาย 10% และ 20% เพื่อดูกรอบ เช่น กำไร 120 บาทต่อออเดอร์ จะได้เพดาน 12 ถึง 24 บาท แล้วนับจริงสักหนึ่งเดือนเพื่อแทนที่ตัวเลขสมมติ
ต้องเอาค่าโฆษณาไปหักในกำไรต่อออเดอร์ด้วยไหม
ไม่ต้อง เพราะเพดานคือจำนวนเงินที่เหลือไว้จ่ายค่าโฆษณาได้ ถ้าหักค่าโฆษณาออกจากกำไรก่อน จะนับค่าโฆษณาซ้ำสองรอบ
ราคาต่อแชทต่ำกว่าเพดานแล้ว ทำไมเงินยังไม่เหลือ
ลองตรวจว่าอัตราปิดการขายช่วงนี้ยังเท่าเดิมไหม และกำไรต่อออเดอร์ยังเท่าเดิมหรือเปล่า เพราะส่วนลดหรือค่าส่งที่ร้านออกเองทำให้กำไรต่อออเดอร์ลดลงได้โดยไม่รู้ตัว
เพดานควรคิดต่อสินค้าแต่ละตัวหรือรวมทั้งร้าน
ถ้ากำไรต่อชิ้นต่างกันมาก ควรแยกเพดานตามสินค้าที่โฆษณาโปรโมตเป็นหลัก ถ้าใกล้เคียงกัน ใช้กำไรเฉลี่ยต่อออเดอร์ทั้งร้านก็พอ