หน้าแรก › บทความ › ราคาต่อแชท

ราคาต่อแชทคืออะไร คำนวณยังไง และเท่าไหร่ถึงเรียกว่าดี

กิติกร ระฆังทองอ่าน ~3 นาที
คำตอบสั้น

ราคาต่อแชทคำนวณจากยอดใช้จ่ายโฆษณาทั้งหมด หารด้วยจำนวนแชทที่เริ่มจากโฆษณา เช่น ใช้เงิน 3,000 บาท ได้ 60 แชท เท่ากับ 50 บาทต่อแชท ไม่มีตัวเลขตายตัวว่าเท่าไหร่ถึงดี เพราะขึ้นอยู่กับสินค้า ราคา และกำไรต่อออเดอร์ วิธีที่นำไปใช้ได้จริงคือเทียบกับค่าเฉลี่ยของร้านตัวเอง

สำหรับร้านที่ขายสินค้าผ่านแชท ยอดไลก์และยอดเข้าถึงแทบไม่ได้บอกว่าโฆษณาทำเงินได้แค่ไหน ตัวเลขใน Ads Manager ที่ใกล้เคียงกับยอดขายมากกว่าคือจำนวนคนที่ทักเข้ามา และค่าใช้จ่ายต่อการทักหนึ่งครั้ง

ราคาต่อแชทคำนวณยังไง

สูตรคือ ยอดใช้จ่ายรวม ÷ จำนวนแชทที่เริ่มขึ้นรวม ถ้าใช้ข้อความเดียวกันในหลายโฆษณา ให้รวมยอดใช้จ่ายและจำนวนแชทของทุกโฆษณาก่อน แล้วค่อยนำมาหารกัน อย่าเอาราคาต่อแชทของแต่ละโฆษณามาเฉลี่ยตรงๆ เพราะโฆษณาที่ใช้งบน้อยอาจทำให้ค่าเฉลี่ยคลาดเคลื่อน

ดูราคาต่อแชทได้ที่ไหนใน Ads Manager

ในตาราง Ads Manager ให้เพิ่มคอลัมน์ Messaging conversations started (จำนวนการเริ่มสนทนา) และ Cost per messaging conversation started (ต้นทุนต่อการเริ่มสนทนา) ตัวเลขนี้นับเฉพาะการสนทนาที่เริ่มจากโฆษณาตามเงื่อนไขของ Meta จึงอาจไม่ตรงกับจำนวนแชทที่ผู้ดูแลเพจนับจากกล่องข้อความเสมอไป

ราคาต่อแชทเท่าไหร่ถึงเรียกว่าดี

ไม่มีตัวเลขมาตรฐานที่ใช้ได้กับทุกร้าน ร้านที่ขายสินค้าราคา 200 บาท กับร้านที่ขายบริการราคา 5,000 บาท ย่อมรับราคาต่อแชทได้ต่างกันมาก ลองใช้สองวิธีนี้ในการประเมิน

ข้อควรระวัง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

รู้ว่าข้อความไหนของร้านได้ราคาต่อแชทถูกที่สุด

เชื่อมบัญชีโฆษณา Meta แบบอ่านอย่างเดียว Kulshot จัดอันดับข้อความจากตัวเลขจริงของร้าน แล้วช่วยเขียนข้อความใหม่จากข้อความที่ได้ผล เริ่มใช้ฟรี

เริ่มใช้ฟรี

คำถามที่พบบ่อย

ราคาต่อแชทกับต้นทุนต่อผลลัพธ์ต่างกันยังไง

ถ้าโฆษณาตั้งเป้าหมายเป็นข้อความ ผลลัพธ์หลักคือการเริ่มสนทนา ต้นทุนต่อผลลัพธ์จึงมักเท่ากับราคาต่อแชท แต่ถ้าตั้งเป้าหมายอื่น ต้นทุนต่อผลลัพธ์ก็จะวัดผลตามเป้าหมายนั้น

ทำไมจำนวนแชทใน Ads Manager ถึงไม่ตรงกับในกล่องข้อความ

Meta นับเฉพาะการสนทนาที่เริ่มจากโฆษณาตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ ส่วนกล่องข้อความนับรวมคนที่ทักเข้ามาเองด้วย จำนวนแชทจากสองแหล่งจึงอาจไม่ตรงกัน

ราคาต่อแชทสูงขึ้นเรื่อยๆ ควรทำยังไง

เริ่มจากดูว่าข้อความโฆษณาไหนทำให้ค่าเฉลี่ยสูงขึ้น ถ้าเป็นข้อความเดิมที่เคยได้ผลดี อาจเป็นเพราะคนเห็นซ้ำจนเริ่มเบื่อ ลองปรับข้อความใหม่โดยต่อยอดจากข้อความที่ทำผลงานดีที่สุดของร้าน