เขียนโฆษณา (Copy) แบบไหนดี หาคำตอบจากโฆษณาที่ร้านเคยยิงไปแล้ว
ไม่มีสูตรเดียวที่ใช้ได้กับทุกร้าน ข้อความที่ได้ผลกับร้านหนึ่งอาจไม่ได้ผลกับอีกร้าน วิธีที่แม่นที่สุดคือดูผลโฆษณาที่ร้านเคยยิงไปแล้ว ว่าข้อความไหนได้ราคาต่อแชทถูกที่สุดเมื่อเทียบกับโฆษณาที่มีเป้าหมายเดียวกัน จากนั้นนำมาเขียนใหม่ โดยเก็บส่วนที่ได้ผลไว้แล้วค่อย ๆ เปลี่ยนทีละส่วน
คนขายออนไลน์ส่วนใหญ่มักเขียนแคปชั่นใหม่ตามความรู้สึก ลองแบบนี้ไม่ได้ผลก็เปลี่ยนไปลองแบบอื่น ปัญหาคือพอผ่านไปหลายเดือน ร้านมีโฆษณาหลายสิบตัว แต่กลับตอบไม่ได้ว่าข้อความแบบไหนทำให้คนทักเข้ามามากที่สุด ทั้งที่คำตอบมีอยู่ในบัญชีโฆษณาของร้านแล้ว
ทำไมสูตรเขียนโฆษณาของคนอื่นถึงใช้ไม่ได้กับทุกร้าน
สูตรอย่าง “ขึ้นต้นด้วยปัญหา” หรือ “ใส่ราคาตั้งแต่บรรทัดแรก” เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่ผลลัพธ์จริงขึ้นอยู่กับสินค้า ราคา และกลุ่มคนที่เห็นโฆษณา ร้านเสื้อผ้าราคาหลักร้อยกับร้านสกินแคร์ที่ต้องอธิบายสินค้าก่อนซื้อ อาจได้ผลต่างกันแม้ใช้ข้อความแบบเดียวกัน สิ่งที่ช่วยตัดสินได้แม่นกว่าคือตัวเลขจากโฆษณาของร้านเอง
ต้องดูตัวเลขอะไรถึงจะรู้ว่าข้อความไหนดี
ถ้าร้านขายผ่านแชท ตัวเลขหลักที่ควรดูคือ ราคาต่อแชท คำนวณจากยอดใช้จ่ายรวมหารด้วยจำนวนแชทที่เริ่มขึ้น (ใน Ads Manager คือคอลัมน์ Cost per messaging conversation started) ข้อความที่มีราคาต่อแชทต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของร้านอย่างชัดเจน คือข้อความที่น่านำมาต่อยอด
- เทียบเฉพาะเป้าหมายเดียวกัน อย่านำโฆษณาที่เน้นให้คนทักแชทไปเทียบกับโฆษณาที่เน้นยอดดูวิดีโอ
- รวมผลของข้อความเดียวกัน ถ้าใช้ข้อความเดียวกันในหลายโฆษณา ให้รวมยอดใช้จ่ายและจำนวนแชทก่อนนำมาหาร
- อย่าตัดสินเร็วเกินไป ถ้าข้อความนั้นได้แชทแค่ 2–3 ครั้ง ก็ยังสรุปผลไม่ได้ ควรมีอย่างน้อยราว 10 แชทก่อนเริ่มเปรียบเทียบ
วิธีดูผลด้วยตัวเองใน Ads Manager
- เปิด Ads Manager ไปที่ระดับโฆษณา (Ads) แล้วเลือกช่วงเวลาที่มีข้อมูลเพียงพอ เช่น 30–90 วัน
- เพิ่มคอลัมน์ Amount spent, Messaging conversations started และ Cost per messaging conversation started
- เรียงโฆษณาตามราคาต่อแชท แล้วเปิดดูข้อความของโฆษณาที่มีราคาต่อแชทถูกที่สุดและแพงที่สุด
- ลองจดว่าข้อความที่ได้ผลดีต่างจากข้อความที่ได้ผลไม่ดีตรงไหน เช่น ประโยคเปิด การใส่ราคา หรือข้อความชวนให้ทักแชท
ข้อจำกัดของวิธีนี้คือ ถ้าร้านมีโฆษณาจำนวนมาก การรวบรวมข้อความที่ซ้ำกันและคำนวณราคาต่อแชทเองอาจใช้เวลานาน Kulshot ช่วยทำขั้นตอนนี้ให้อัตโนมัติ โดยดึงข้อมูลจากบัญชีโฆษณาที่เชื่อมต่อแบบอ่านอย่างเดียว
นำข้อความที่ได้ผลมาเขียนต่อยังไง
เมื่อรู้แล้วว่าข้อความไหนได้ผลดีที่สุด ไม่จำเป็นต้องเขียนใหม่ทั้งหมด ให้เก็บส่วนที่คิดว่าทำให้ข้อความได้ผลดีไว้ แล้วลองเปลี่ยนทีละจุด เช่น เปลี่ยนเฉพาะประโยคแรก หรือข้อความชวนให้ทักแชท เพื่อดูว่าการเปลี่ยนส่วนไหนทำให้ผลดีขึ้นหรือแย่ลง
ราคาต่อแชทถูก ไม่ได้หมายความว่าจะขายได้มากเสมอไป
ข้อความที่ได้ราคาต่อแชทถูกอาจดึงดูดคนที่ทักมาแค่สอบถาม ควรดูควบคู่กับสิ่งที่เกิดขึ้นในแชทด้วย เช่น ลูกค้าทักมาถามราคาจริงไหม หรือปิดการขายได้กี่รายการ ราคาต่อแชทจึงเป็นตัวช่วยเลือกข้อความที่น่านำไปทดลองต่อ ไม่ใช่ตัวตัดสินผลลัพธ์ทั้งหมด
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- ศูนย์ช่วยเหลือธุรกิจของ Meta: Messaging conversations started
- ศูนย์ช่วยเหลือธุรกิจของ Meta: About attribution models and attribution settings
รู้ว่าข้อความไหนของร้านได้ราคาต่อแชทถูกที่สุด
เชื่อมบัญชีโฆษณา Meta แบบอ่านอย่างเดียว Kulshot จัดอันดับข้อความจากตัวเลขจริงของร้าน แล้วช่วยเขียนข้อความใหม่จากข้อความที่ได้ผล เริ่มใช้ฟรี
เริ่มใช้ฟรีคำถามที่พบบ่อย
เขียนโฆษณาสั้นหรือยาว แบบไหนดีกว่า
ไม่มีคำตอบตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับสินค้า สินค้าที่ต้องอธิบายรายละเอียดก่อนซื้ออาจเหมาะกับข้อความที่ยาวกว่า วิธีที่แม่นกว่าคือทดลองเปรียบเทียบราคาต่อแชทของข้อความสั้นและยาวจากโฆษณาของร้านคุณเอง
ต้องมีโฆษณากี่ตัวถึงจะเปรียบเทียบได้
สิ่งสำคัญไม่ใช่จำนวนโฆษณา แต่เป็นจำนวนแชท ข้อความที่นำมาเปรียบเทียบควรมีอย่างน้อยราว 10 แชท เพราะถ้ามีน้อยกว่านั้น ผลลัพธ์อาจยังแกว่งได้มาก
ควรใส่ราคาในข้อความโฆษณาไหม
บางร้านใส่ราคาแล้วได้แชทที่มีคุณภาพดีขึ้น เพราะช่วยคัดคนที่รับราคาไม่ได้ออกตั้งแต่แรก แต่บางร้านกลับได้จำนวนแชทน้อยลง ทางที่ดีควรทดลองทั้งแบบใส่ราคาและไม่ใส่ราคา แล้วดูทั้งราคาต่อแชทและสิ่งที่เกิดขึ้นในแชท